อุจไฉศรพ อาชาแห่งเกษียรสมุทร


                                                                                 
                                                         


                      สีเกษียรแจ่มจ้า      อาจอง
                   เจ้าแห่งทัพดุรงค์          แซ่ซ้อง
                  พระสุริยะทรง               ปกปัก
                  แลจึ่งคอยปกป้อง        ภักดิ์ด้วยศรัทธา
                                                                                                                                                               
                                                    (ศิริรัตน์,2562)
   

       หากจะกล่าวถึงตำนานความเชื่อสักหนึ่งเรื่อง ตำนานการกวนเกษียรสมุทรก็เป็นอีกหนึ่งตำนานที่ทุกคนคงเคยได้ยินได้ฟังมาบ้างแล้ว วันนี้เราก็จะมารู้จักกับม้าอุจไฉศรพซึ่งเป็นหนึ่งในของวิเศษหลายอย่างที่กำเนิดขึ้นมาจากการกวนเกษียรสมุทร


                                                   
                                                   ที่มา : https://plastraporn.blogspot.com/2016/03/2.html
                            

         ตำนานการกวนเกษียรสมุทร ได้กล่าวไว้ว่าตาม การกวนเกษียณสมุทรนั้นฝ่ายเทวดาซึ่งนำโดยพระอินทร์ปรารถนาที่จะมีชีวิต เป็นอมตะ เพื่อจะได้รบชนะฝ่ายอสูร จึงได้ไปขอพรจากพระนารายณ์ พระองค์จึงแนะนำให้ทำพิธี "กวนเกษียณสมุทร" เพื่อจะได้น้ำอมฤตมาดื่มกินจะทำให้ชีวิตยืนยาว      

เกษียรสมุทรนั้นตั้งอยู่ในทิศตะวันออกของจักรวาลมีน้ำสีขาวคือเกษียร (แปลว่า น้ำนม) ไหลเต็มอยู่ตลอดปี การจะกวนเกษียรสมุทรเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำอมฤตเป็นการใหญ่ที่หมู่เทวดาเพียง ลำพังจะกระทำกันเองไม่ได้เพราะมีเรี่ยวแรงน้อย ดังนั้นจึงหลอกล่อเหล่าอสูรโดยสัญญาว่าเมื่อได้น้ำอมฤตแล้วก็จะแบ่งกันดื่ม เพื่อความเป็นอมตะตลอดไป     ในการกวนเกษียรสมุทรนั้นได้มีของทิพย์วิเศษ 14 อย่างทยอยกันผุดขึ้นมาจากเกษียรสมุทรตามลำดับ  สิ่งที่ 6 ที่ผุดขึ้นมาคือม้าอุจไฉศรพ



                                                                ที่มา http://www.reurnthai.com/index.php?topic=2943.0


ม้าอุจไฉศรพ (Uchchaihshravas) คือม้าวิเศษ บ้างก็ว่ามีตัวเดียวแต่ 7 หัว หรือมี 7 ตัว  มีสีขาวปลอดมีลักษณะงดงามมาก มีพละกำลังมากมายหาที่เปรียบไม่ได้ ม้าอุจไฉศรพเกิดจากการกวนเกษียรสมุทร  จัดว่าเป็นม้าแห่งยอดม้าทั้งปวง   ผู้ที่ครอบครองม้าวิเศษนี้ในแต่ละตำนานกล่าวแตกต่างกันไป บางตำนานก็ว่าเป็นม้าทรงของพระอินทร์ แต่ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดคือ เป็นม้าเทียมราชรถของพระสุริยเทพ
  
ในมหากาพย์มหาภารตะกล่าวว่า ม้าอุจไฉศรพซึ่งเป็นม้าของพระสุริยเทพนี้ เป็นสาเหตุของความบาดหมางระหว่างนาคและครุฑ เนื่องมาจากการพนันระหว่างนางวินตา(มารดาของครุฑ)และนางกัทรุ(มารดา ของนาค)ว่า หางของม้าอุจไฉศรพนั้นมีสีดำหรือสีขาว นางวินตาเคยเห็นพระสุริยเทพขับราชรถผ่านไปจึงรู้ว่าม้าของพระองค์เป็นสีขาวปลอด  จึงตอบว่าหางสีขาว แต่นางกัทรุบอกว่ามีสีดำ และด้วยกลโกงของนางกัทรุให้ลูกนาคทั้งพันของนาคแอบแทรกตัวในหางม้าจนดูเหมือนว่าม้ามีหางสีดำ ด้วยเหตุนี้นางวินตาจึงตกเป็นทาสของนางกัทรุ 500 ปีเพราะแพ้พนัน


                                                                                      ที่มา : https://www.pinterest.co.kr/pin/
                                                                      700732023241918617/?autologin=true



     ม้าอุจไฉศรพในผลงานศิลปะ

1.พบงานศิลปะในแผ่นหินสลักรูปเทวดานพเคราะห์ (Carved Stone Representing Nine Deities)   เป็นศิลปะลพบุรี อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-17  สลักจากหินทราย
  สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ประทานให้กรมศิลปากร เมื่อ พ.ศ.2470  แผ่นหินสลักนี้มีลักษณะคล้ายกับทับหลังที่ใช้ประดับอยู่บนกรอบประตูของปราสาทแบบเขมร แต่แผ่นหินนี้มีขนาดเล็กกว่ามาก วัตถุประสงค์ของการทำประติมากรรมลักษณะนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เทวดานพเคราะห์ที่ปรากฏอยู่บนแผ่นหินชิ้นนี้ประกอบด้วยเทพ 9 องค์ และเทพหนึ่งในนั้นคือ พระอาทิตย์ทรงม้า


                                                                   ที่มา  : https://siamrath.co.th/n/15767

2.ทับหลังจากปราสาทบ้านเบญจ์ อำเภอเดชอุดม ศิลปะเขมรแบบเกลียง ราวครึ่งแรกของศตวรรษที่ 16 รูปจำหลักเทพนพเคราะห์ อันได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระอัคนี พระนารายณ์ พระอินทร์ พระพาย พระยม พระราหู และพระเกตุ แสดงคติความเชื่อในศาสนาฮินดูที่เข้ามามีอิทธิพลต่อผู้คนในแถบนี้ นอกเหนือไปจากการนับถือศาสนาพุทธเป็นหลัก


                                                                ที่มา : http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan/2008/11/27/entry-1


       3. บนเพดานพระที่นั่งภาณุมาศจำรูญในรัชกาลที่ 5 (พระที่นั่งบรมพิมานในปัจจุบัน) มีภาพเขียนแบบไทยสมัยใหม่อยู่ภาพหนึ่งซึ่งทางวงการศิลปะจัดว่าเป็นต้นแบบของศิลปะไทยร่วมสมัย (Comtemporary Art) ภาพนี้มีชื่อว่าพระอาทิตย์ชักรถ
     สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงร่างแบบขึ้น นายซี.ริโกลิ ศิลปินชาวอิตาเลียน เป็นผู้ขยายแบบและระบายสีภาพ เป็นภาพที่สวยงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ศิลปะมาก




                                       
                                                                  ที่มา http://kanchanapisek.or.th/kp8/art/lab3/pt219_01.001



อ้างอิง

ตำนานกวนเกษียณสมุทร. (2554). ตำนานกวนเกษียณสมุทร. ค้นเมื่อวันที่ 21
           เดือนกันยายน พ.ศ.2562,จากhttps://miraclemilksea.
        blogspot.com/
ตำนานกวนเกษียณสมุทร. (ม...). ตำนานกวนเกษียณสมุทร. ค้นเมื่อวันที่ 21
           เดือนกันยายน พ.ศ.2562,จากhttp://patdramaa111.srp.ac.th/
ประวัติความเป็นมาของครุฑ. (ม.ป.ป.). ประวัติความเป็นมาของครุฑ.ค้นเมื่อวันที่ 21
          เดือนกันยายน พ.ศ.2562,จากfile:///C:/Users/66963/
อุจไฉศรพ...อาชาแห่งสุริยเทพ. (2552).อุจไฉศรพ (Ucchaisravas).ค้นเมื่อวันที่ 21
          เดือนกันยายน พ.ศ.2562,จากhttp://oknation.nationtv.tv/
Ok Nation Blog . (2551).พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี (1).ค้นเมื่อวันที่ 21
            เดือนกันยายน พ.ศ.2562,จากhttp://oknation.nationtv.tv/blog/
         supawan/2008/11/27/entry-1
พระอาทิตย์ชักรถ. (ม...).พระอาทิตย์ชักรถ.ค้นเมื่อวันที่ 23  เดือนกันยายน พ.ศ.2562,
           จาก http://kanchanapisek.or.th/kp8/art/lab3/pt219_01.001







Comments

Popular posts from this blog

Records management specialist

ผลกระทบของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4